หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
120
110 DOU สมาธิ 8 วิ ปั ส ส น า กัมมัฏฐาน
หน้า2
122
เนื้อหาบทที่ 6 อายตนะ 12 6.1 ความหมายของอายตนะ 6.2 คุณสมบัติของอายตนะ 6.3 ประเภทของอายตนะ 6.3.1 อายตนะภายใน (อัชฌัตติกายตนะ) 6.3.2 ลักษณะของอายตนะภายใน 6.3.3 อายตนะภายนอก (พาหิรายตนะ) 6.4 การทำหน้าที่
อายตนะ 12: ความหมายและบทบาทในวิปัสสนา
124
อายตนะ 12: ความหมายและบทบาทในวิปัสสนา
บทที่ 6 อายตนะ 12 ในบทเรียนที่แล้ว นักศึกษาได้ศึกษาเกี่ยวกับขันธ์ 5 สำหรับในบทเรียนนี้นักศึกษาจะ ได้ศึกษาวิปัสสนาภูมิลำดับต่อไป คือ อายตนะ 12 6.1 ความหมายของอายตนะ อายตนะ มีความหมาย 3 นัย คือ 1. อายตน
ในบทเรียนนี้นักศึกษาได้ศึกษาอายตนะ 12 ซึ่งมีความหมายหลายประการ โดยเฉพาะการทำให้จิตและเจตสิกกว้างขวางขึ้น อายตนะแบ่งออกเป็นอายตนะภายในและภายนอก โดยมีตัวอย่างจากประสาทตากับสีในการทำให้เกิดการเห็น การกระ
อายตนะและวิถีจิต
126
อายตนะและวิถีจิต
อายตนะเป็นที่เกิดแห่งวิถีจิตอยู่เสมอ จะเกิดในชาติใดภพใดก็ตามวิถีจิตไม่เกิดที่อื่น ต้องเกิด ตามอายตนะเหล่านี้ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 2. อายตนะ 12 ชื่อว่า อายตนะ เพราะว่าเป็นที่อยู่ จริงอย่างนั้น ใน
อายตนะเป็นที่เกิดแห่งวิถีจิต ซึ่งหมายถึงการรวมกันของอารมณ์และวิถีจิตที่ต้องอาศัยอายตนะ ทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หน้าที่ของอายตนะคือการเป็นสถานที่เกิดและประชุมของอารมณ์ซึ่งมีความสำคัญในค
อายตนะภายใน (อัชฌัตติกายตนะ)
128
อายตนะภายใน (อัชฌัตติกายตนะ)
6.3.1 อายตนะภายใน (อัชฌัตติกายตนะ)' 1. จักขายตนะ หมายถึง แดนติดต่อคือ ตา ตา หมายถึง ประสาทที่รับรูปต่างๆ ได้ อยู่ใน ลูกนัยน์ตาบางทีเรียกว่า จักขุประสาท 2. โสตายตนะ หมายถึง แดนติดต่อคือหู หู หมายถึงประ
อายตนะภายในประกอบด้วยประสาท 6 ชนิด ได้แก่ ตา ที่สัมผัสรูปภาพ, หู ที่สัมผัสเสียง, จมูก ที่สัมผัสกลิ่น, ลิ้น ที่สัมผัสรสชาติ, กาย ที่สัมผัสสัมผัสต่างๆ และใจ ที่คือจิตหรือมนุษย์ ประสาทต่างๆ มีโครงสร้างแล
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
130
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม” มีคำอธิบายใน อรรถกถาว่า เมื่อคนเราผ่านชีวิต อายุที่เพิ่มขึ้นย่อมนำมาสู่ความเสื่อมโทรมทางร่างกาย ปรากฏ ความแก่ชรามากขึ้นตามลำดับ จากผมดำเ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงความเสื่อมโทรมของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น และอธิบายถึงอายตนะ ในที่นี้หมายถึงการสัมผัสและการรับรู้ซึ่งเกิดจากการติดต่อกับสิ่งภายนอก มีการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ได้แก่ รูป เสีย
การเชื่อมต่อของอายตนะและผลของการรับรู้
132
การเชื่อมต่อของอายตนะและผลของการรับรู้
เช่น อายตนะที่เรียกว่าตา กระทบหรือเชื่อมต่อกับอายตนะที่เรียกว่าสี จึงมีการเห็นสี อายตนะที่เรียกว่าหู เชื่อมต่อกับอายตนะที่เรียกว่าเสียง จึงมีการได้ยินเกิดขึ้น อายตนะที่เรียกว่าจมูก เชื่อมต่อกับอายตนะท
บทความนี้พูดถึงการเชื่อมต่อระหว่างอายตนะที่เรียกว่า ตา หู จมูก และอื่น ๆ กับผลที่เกิดขึ้น เช่น การเห็น สี การได้ยิน เสียง และการรู้กลิ่น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสำคัญของอายตนะภายในและภายนอกในการกระตุ้
อายตนะและการดึงดูดในโลก
134
อายตนะและการดึงดูดในโลก
ให้ “โลกายตนะหรือโลกมันดึงดูด รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส รูปที่ชอบใจมันก็ดึงดูดมา ไปติดกับมัน หรือเอาไปติดกับตา หรือเอาไปติดกับรูป เสียงที่ชอบใจมันก็ดึงดูดหู หรือหูดึงดูด เสียงเอามา กลิ่นที่ชอบใจก็ดึงด
เนื้อหาตำราอธิบายถึงอายตนะในโลกที่มีการดึงดูดรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสซึ่งส่งผลต่อจิตใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังสนทนาเกี่ยวกับผลของบาปที่ก่อให้เกิดกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องอเวจีและอนันตริยกรรมที่ส่งผลต่อก
อายตนะและการดึงดูดในมนุษย์
136
อายตนะและการดึงดูดในมนุษย์
บริสุทธิ์ด้วยใจ ไม่มีร่องเสียเลย อายตนะอื่นดึงดูดไม่ได้ อายตนะมนุษย์ดึงดูด ดึงดูดอย่างไรล่ะ เกิดเป็นมนุษย์กันถมไป นี่อย่างไรล่ะ เห็นโด่ๆ มันดึงดูดเข้าไปติดอยู่ในขั้วมดลูกมนุษย์นั่นแหละ มันดึงดูดอย่างน
บทความนี้พูดถึงอายตนะและการดึงดูดในมนุษย์ ว่ามีการดึงดูดเกิดขึ้นอย่างไร อายตนะมนุษย์ที่จะดึงดูดเข้าสู่มดลูกได้เกิดจากความบริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจ รวมถึงการเห็นภาพจิตในรูปฌานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิ
หน้า10
140
7.1 ความหมายของธาตุ เนื้อหาบทที่ 7 ธาตุ 18 7.2 องค์ประกอบของธาตุทั้ง 18 7.3 ประเภทของธาตุ 18 7.3.1 แบ่งตามหน้าที่ 7.3.2 แบ่งตามลักษณะอาการ 7.4 ลักษณะของธาตุ 18 7.4.1 ธาตุกระทบ 6 ธาตุ 7.4.2 ธาตุรับ 6 ธ
ธาตุในวิปัสสนาภูมิ
142
ธาตุในวิปัสสนาภูมิ
บทที่ 7 ธาตุ 18 ในบทเรียนนี้นักศึกษาจะได้เรียนรู้วิปัสสนาภูมิที่เรียกว่า ธาตุ ซึ่งเราอาจจะนึกถึงธาตุ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลก หลายร้อยธาตุ แต่สำหรับธาตุในวิปัสสนาภูมิ มีความแตกต่างจากธาตุที่เข้าใจ กันนั้
บทที่ 7 นี้กล่าวถึงความหมายและลักษณะของธาตุในวิปัสสนาภูมิ ซึ่งแตกต่างจากธาตุที่เข้าใจทั่วไป โดยธาตุหมายถึงสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีผู้สร้างและไม่มีอัตตา รวมถึงการสำรวจถึงธาตุต่าง ๆ อาทิเช่น ธาตุ 4,
ธาตุวิญญาณและการรับรู้ในพระพุทธศาสนา
144
ธาตุวิญญาณและการรับรู้ในพระพุทธศาสนา
12. โสตวิญญาณธาตุ : โสตวิญญาณ ชื่อว่า ธาตุ ได้แก่ โสตวิญญาณจิต 2 (การได้ยินสิ่งที่ดีและไม่ดี) เพราะทรงไว้ซึ่งการได้ยิน องค์ธรรม 13. ฆานวิญญาณธาตุ : ฆานวิญญาณ ชื่อว่า ธาตุ เพราะทรงไว้ซึ่งการรู้กลิ่น อง
เนื้อหานี้อธิบายถึงธาตุวิญญาณในพระพุทธศาสนา แบ่งเป็นการได้ยิน (โสตวิญญาณ), การรู้กลิ่น (ฆานวิญญาณ), การรู้รส (ชิวหาวิญญาณ), การสัมผัส (กายวิญญาณ) และการรู้อารมณ์ (มโนธาตุ) ทั้งหมดนี้มีบทบาทสำคัญในการศ
ธาตุกระทบและธาตุรับในพุทธศาสนา
146
ธาตุกระทบและธาตุรับในพุทธศาสนา
ธาตุกระทบ 6 ธาตุ ได้แก่ 1. รูปธาตุ คือ สีต่าง ๆ 2. สัททธาตุ คือ เสียงต่าง ๆ 3. คันธธาตุ คือ กลิ่นต่างๆ 4. รสธาตุ คือ รสต่าง ๆ 5. โผฏฐัพพธาตุ คือ เครื่องกระทบกายต่าง ๆ 6. ธัมมธาตุ คือ เครื่องกระทบใจต่า
บทความนี้นำเสนอเกี่ยวกับธาตุกระทบ 6 ประเภท ได้แก่ รูปธาตุ, สัททธาตุ, คันธธาตุ, รสธาตุ, โผฏฐัพพธาตุ และ ธัมมธาตุ ซึ่งช่วยให้เข้าใจการสัมผัสโลก สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ถูกจำแนกเป็นธาตุรับ 6 ประเภท
สัททธาตุ คันธธาตุ และรสธาตุในพระพุทธศาสนา
148
สัททธาตุ คันธธาตุ และรสธาตุในพระพุทธศาสนา
2. สัททธาตุ เป็นรูปธรรมมีหน้าที่กระทบโสตธาตุ องค์ธรรมได้แก่ สัททารมณ์ มีสภาวะเป็นคลื่น ปรมาณูในอากาศ มีลักษณะสุขุมประณีตมาก พระพุทธองค์ทรงกำหนดมาตราไว้ดังนี้ 1. รถเรณู (เม็ดฝุ่น) เท่ากับ 36 ตัชชารีธุล
บทความนี้กล่าวถึงสัททธาตุ คันธธาตุ และรสธาตุซึ่งเป็นรูปธรรมในการกระทบโสตธาตุ จมูก และลิ้นตามลำดับ โดยมีความสำคัญต่อการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ สัททธาตุเป็นคลื่นที่กระทบโสตธาตุทำให้เกิดการรับรู้เสีย
องค์ธาตุแห่งประสาทสัมผัส
150
องค์ธาตุแห่งประสาทสัมผัส
จักขุธาตุนี้เป็นรูปธรรมมีสภาพแตกสลายอยู่เสมอ ประสาทตาที่ดีใช้ประกอบการเห็น รูปภาพสีต่าง ๆ ได้อยู่นี้ เพราะอาศัยสันตติของจักขุประสาทซึ่งเกิดดับติดต่อกันไม่ขาดสาย เพราะกรรมยังไม่สิ้น 2. โสตธาตุ เป็นรูปธ
บทความนี้อธิบายเกี่ยวกับองค์ธาตุทั้งห้าของประสาทสัมผัส ได้แก่ จักขุธาตุ (ตา), โสตธาตุ (หู), ฆานธาตุ (จมูก), ชิวหาธาตุ (ลิ้น), และกายธาตุ (กาย) ซึ่งแต่ละองค์ธาตุมีลักษณะแตกสลายอยู่เสมอและทำหน้าที่ในการ
วิญญาณธาตุและการรับรู้ในพระพุทธศาสนา
152
วิญญาณธาตุและการรับรู้ในพระพุทธศาสนา
เมื่อมีจักขุวิญญาณเกิดขึ้นแล้ว ถ้าปราศจากสติก็มีโลภะอยากเห็น มีอุปาทานยึดมั่นว่า เราเห็น ทำให้เกิดทุกข์ภัยไม่มีที่สิ้นสุด 2. โสตวิญญาณธาตุ เป็นนามธรรม มีหน้าที่รับรู้เสียงเท่านั้น องค์ธรรมได้แก่ โสตวิ
เนื้อหาเกี่ยวกับวิญญาณธาตุในพระพุทธศาสนาที่มีการอธิบายว่ามีหน้าที่การรับรู้ตามความรู้สึกห้าอย่าง ได้แก่ จักขุวิญญาณ, โสตวิญญาณ, ฆานวิญญาณ, ชิวหาวิญญาณ และ กายวิญญาณ ซึ่งมีผลกระทบต่อความทุกข์ในชีวิตและ
ธาตุ 18 และวิญญาณในสรรพสิ่งที่มีชีวิต
154
ธาตุ 18 และวิญญาณในสรรพสิ่งที่มีชีวิต
วิญญาณ หมายถึง ความรู้แจ้งในอารมณ์ คือความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายนอก และภายในกระทบ มี 6 อย่างเหมือนกันคือ การรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทวาร 6 อารมณ์ 6 และวิญญาณ 6 รวม 18 นี้เอง เรียกว
เนื้อหานี้ชี้ให้เห็นถึงความหมายของวิญญาณว่าเป็นความรู้แจ้งในอารมณ์ ซึ่งเกิดจากการกระทบกับอายตนะทั้งภายนอกและภายใน หนุนสำรวจธาตุ 18 ที่รวมการรู้ต่างๆ ที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ความเป็นไปของชี
หน้า18
156
เนื้อหาบทที่ 8 อินทรีย์ 22 8.1 ความหมายของอินทรีย์ 8.2 องค์ประกอบของอินทรีย์ 22 8.3 ลักษณะของอินทรีย์ 22 8.4 ลักษณะความสัมพันธ์ของอินทรีย์ในลำดับของเทศนา 8.5 การจัดหมวดหมู่ของอินทรีย์ 22 146 DOU สมาธิ
บทที่ 8 อินทรีย์ 22
158
บทที่ 8 อินทรีย์ 22
บทที่ 8 อินทรีย์ 22 ในบทเรียนที่ผ่านมา เราได้ศึกษาเกี่ยวกับขันธ์ อายตนะ และธาตุมาแล้ว ซึ่งเป็นส่วน ที่ทำให้เราเห็นภูมิของวิปัสสนาว่ามีเพียง 2 ประการ คือ รูป และนาม สำหรับในบทเรียนนี้เรา จะได้ศึกษาอินท
ในบทนี้ได้ศึกษาอินทรีย์ 22 ซึ่งหมายถึงธรรมชาติที่เป็นใหญ่ในแต่ละหน้าที่ที่แตกต่างกัน เช่น ตาเป็นใหญ่ในการเห็น, หูในการฟัง, และอื่นๆ โดยอินทรีย์ทั้งหมดมีหน้าที่เฉพาะที่ไม่แทรกแซงกัน อธิบายองค์ประกอบของ
ปัญญินทรีย์และลักษณะของอินทรีย์
160
ปัญญินทรีย์และลักษณะของอินทรีย์
19. ปัญญินทรีย์ ความเป็นใหญ่ทางปัญญา มีหน้าที่รู้ไตรลักษณ์ ได้แก่ ปัญญาเจตสิก (โลกียะ ) เป็นนามธรรม 20. อัญญัติตัญญัสสามิตินทรีย์ ความเป็นใหญ่ในเรื่องของโสตาปัตติมรรคญาณ มีหน้า ที่เพื่อรู้พระนิพพาน ตั
บทความนี้สำรวจปัญญินทรีย์และลักษณะของอินทรีย์ โดยกล่าวถึงความเป็นใหญ่ของปัญญินทรีย์ในเรื่องต่างๆ เช่น การรู้ไตรลักษณ์, โสตาปัตติมรรคญาณ, และอรหัตตผลญาณ รวบรวมถึงการทำงานของจักขุนทรีย์ที่รับสี การทำงาน